ข้อบังคับสมาคมวิศวกรหม้อน้ำ และภาชนะมีความดันไทย

Last updated: 2017-06-27  |  1181 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อบังคับสมาคมวิศวกรหม้อน้ำ และภาชนะมีความดันไทย

หมวดที่ 1 
ชื่อ  เครื่องหมาย  ที่ตั้ง

 
ข้อ 1       สมาคมนี้มีชื่อว่า  “สมาคมวิศวกรหม้อน้ำและภาชนะมีความดันไทย”  มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า  “THAI  SOCIETY OF BOILER  AND  PRESSURE VESSEL  ENGINEERS  ”
ข้อ 2       เครื่องหมายของชมรม 


ข้อ 3       สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ที่ 487 ซ.รามคำแหง 39 (ซ.เทพลีลา1) ถ.รามคำแหง แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310



หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์

ข้อ 4       สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้


4.1          เพื่อส่งเสริมงานด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน แก่สมาชิกและสังคมโดยรวม


4.2          เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่สมาชิก

เพื่อสนับสนุนและประสานงานระหว่างสถานประกอบการที่มีการใช้ การผลิต การนำเข้า หรือซ่อมหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน กับวิศวกร และหน่วยราชการ 
เพื่อเสนอแนะกฎหมายเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันให้สอดคล้องกับความ 
สามารถในการปฏิบัติ และเป็นที่ยอมรับของสากล 


4.5          เพื่อสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันของประเทศไทย


4.6          เพื่อร่วมมือและประสานงานเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันกับหน่วยงาน หรือ 
สมาคมฯ ชมรม ทั้งในและต่างประเทศ 


4.7          เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ภายในกลุ่มสมาชิกไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการเมือง 


หมวดที่ 3
กิจกรรม

ข้อ 5       เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ชมรมจะดำเนินกิจกรรมต่อไปนี้


5.1          เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันจัดอบรมหรือสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่ 
สมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง 


5.3          จัดให้มีบริการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่สถานประกอบการ


5.4          จัดหาทุนให้สมาชิกเพื่อศึกษาและวิจัยด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน


5.5          ส่งเสริมให้มีความร่วมมือและความสามัคคีในกลุ่มสมาชิก


5.6          ส่งเสริมให้สมาชิกได้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมส่งเสริมการประสานงานความร่วมมือทางวิชาการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่หน่วยงานของรัฐ และเอกชน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

หมวดที่ 4
สมาชิกภาพ

ข้อ 6       สมาชิกของสมาคมมี   3  ประเภท

6.1         สมาชิกสามัญ  ได้แก่ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ทางด้านวิศวกรรม สาขาเครื่องกล จากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศหรือต่างประเทศ หรือผู้ที่เป็นสมาชิกวิสามัญ มาเป็นเวลา 3 ปี อย่างต่อเนื่อง 


6.2          สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่งทางวิศวกรรมศาสตร์ และปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน 
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางวิทยาศาสตร์หรือสาขาอื่น ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน 
ผู้ควบคุมหม้อน้ำ ที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่ทางราชการยอมรับ และคณะกรรมการบริหารมีความเห็นชอบ

6.2.4      นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ขึ้นไป


6.2.5      ผู้สนใจทั่วไป


6.3          สมาชิกประเภทสถาบัน และนิติบุคคล ได้แก่ หน่วยงานราชการ องค์กรที่เป็นนิติบุคคลหรือสถานประกอบการที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน

 

ข้อ 7 

การเข้าเป็นสมาชิก


ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบวิธีการและเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนดไว้ต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ พิจารณาใบสมัครแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบผลการพิจารณาว่า จะรับหรือไม่รับ เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ภายใน 30 วัน


ข้อ 8       ค่าบำรุง


สมาชิกสามัญ
8.1   เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ                  500                    บาท


สมาชิกวิสามัญ
8.2   เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ                  300                    บาท


8.3   นิสิตนักศึกษา                                100                    บาท


สมาชิกประเภทสถาบันและนิติบุคคล
8.4   เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ                   2,000                บาท


ข้อ 9       สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

9.1          สิทธิของสมาชิก

ได้บัตรประจำตัวสมาชิกและมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมฯ 
มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมฯ ต่อคณะกรรมการบริหาร 
มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมฯ จัดตั้ง 
มีสิทธิได้รับเอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์จากสมาคมฯ 
สมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และมีสิทธิเป็นกรรมการบริหารของ 
สมาคมฯ


มีสิทธิเข้าประชุมใหญ่ของสมาคมฯ 


9.2          หน้าที่ของสมาชิก

จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมฯ โดยเคร่งครัด 
ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ 
ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมฯ 
ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมฯ ให้แพร่หลาย 
แจ้งให้นายทะเบียนสมาคมฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการย้ายที่อยู่หรือที่ 
ทำงานหรือเปลี่ยนชื่อและนามสกุล

 

ข้อ 10    สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

10.1        ตาย


10.2        ลาออก

      ประพฤติตนเป็นที่น่ารังเกียจหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ชื่อเสียงของสมาคมฯ อย่างร้ายแรง 
ตามที่คณะกรรมการบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการทั้งหมดมีมติให้ออก

      ขาดการชำระเงินบำรุงติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยชมรมฯ มีหนังสือทวงถามแล้วไม่น้อย 
กว่า 3 ครั้ง


หมวดที่ 5
การประชุมใหญ่

ข้อ 11    การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ ให้กระทำโดยประธานสมาคมฯ เป็นผู้เรียกประชุม เพื่อพิจารณาระเบียบวาระดังต่อไปนี้


11.1        แถลงรายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหาร


11.2        รายงานการเงินของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมาพร้อมทั้งเสนองบประมาณในปีต่อไป


11.3        เลือกตั้งกรรมการบริหารเมื่อถึงกำหนดตามวาระ


11.4        เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี


11.5        ปรึกษาพิจารณากิจกรรมอื่นๆ


ข้อ 12    การประชุมใหญ่สามัญซึ่งจัดให้มีขึ้น จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าประชุมด้วยไม่น้อยกว่า 50 เสียง จึงเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่สมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้ประธานสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดการประชุมครั้งก่อน ในการประชุมคราวนี้สมาชิกมาประชุมเท่าใดก็ได้ ให้ถือว่าครบองค์ประชุม


ข้อ 13    การประชุมใหญ่วิสามัญจะจัดให้มีขึ้นได้ต่อเมื่อ คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ มีมติด้วยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการบริหารทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ คณะกรรมการบริหารของสมาคม การประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งจัดให้มีขึ้น ถ้าหากมีสมาชิกสามัญเข้าประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้นายกสมาคมประกาศว่าการประชุมเป็นอันสิ้นสุด


ข้อ 14    การประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมฯ อุปนายก ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการบริหาร ที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนี้


ข้อ 15    การประชุมใดๆ ให้ถือเอามติของคะแนนเสียงข้างมาก ในที่ประชุมเป็นข้อตัดสินในกรณีคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด


ข้อ 16    หนังสือประชุมใหญ่ ให้ส่งทางไปรษณีย์ไปยังสมาชิกก่อนวันนัดประชุม ไม่น้อยกว่า 15 วัน การนัดประชุมดังกล่าวให้ระบุวัน เวลา สถานที่ และวาระของการประชุมด้วย


หมวดที่ 6 
การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 17    คณะกรรมการบริหารชุดเดิมจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใน 6 เดือน นับแต่กรรมการชุดเดิมหมดวาระ
ข้อ 18    ให้สมาชิกสามัญออกคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกสมาคม 1 คน อุปนายก 3 คน และเลขาธิการ 1 คน จากบัญชีรายชื่อที่เลขาธิการประกาศไว้ว่ามีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคม
ข้อ 19    ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งสมาชิกสามัญให้ดำรงตำแหน่ง เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม วิเทศสัมพันธ์ และประชาสัมพันธ์
ข้อ 20    ให้สมาชิกสามัญ เลือกกรรมการกลางจำนวน 5 คน กรรมการตามความในข้อ 18, 19 รวมกันเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารสมาคม” ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน

ข้อ 21    ในระหว่างที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังมิได้รับตำแหน่งให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมบริหารงานไปพลางก่อน จนกว่าจะมอบหมายหน้าที่ให้เสร็จ ภายในเวลาอันสมควร
ข้อ 22    กรรมการบริหารอยู่ในวาระหนึ่งไม่เกิน 2 ปี
ข้อ 23    นายกสมาคมฯ จะอยู่ในวาระได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ข้อ 24    ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง และในการประชุมคณะกรรมการบริหารต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง จึงจะครบองค์ประชุม

ข้อ 25    กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

ออกตามวาระ 
ลาออก 
ขาดจากสมาชิกภาพ ตามข้อ 10 
ขาดการประชุมติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุผลที่สมควรและที่ประชุมคณะกรรมการ 
บริหารโดยเสียงข้างมากมีมติให้ออก

ข้อ 26    ถ้ากรรมการตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดว่างลงก่อนถึงวาระ คณะกรรมการบริหารอาจจะพิจารณาเชิญสมาชิกที่เหมาะสม เข้าเป็นกรรมการแทนในตำแหน่งที่ว่างและกรรมการผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทน

หมวดที่ 7
การบริหารสมาคม

ข้อ 27        การบริหารงานของสมาคมฯ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

การบริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม 
กำหนดระเบียบ กฎ ข้อบังคับและวิธีการการปฏิบัติซึ่งไม่ขัดต่อข้อบังคับของสมาคม 
มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลและคณะอนุกรรมการต่างๆ เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคม 
มีหน้าที่ในการหาทุนอุดหนุนการวิจัยและกิจกรรมอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม 
ประธานชมรมมีหน้าที่เป็นประธานในการบริหารงานของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคม ในกิจการภายนอกตามมติของคณะกรรมการบริหารฯ และเป็นประธานในที่ประชุม คณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ของสมาคม 
อุปนายกมีหน้าที่ทำการแทนนายกในกรณีที่นายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ และเป็นผู้ช่วยนายกสมาคมและปฏิบัติการใดๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมายในกรณีทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งการแทน 
เลขาธิการมีหน้าที่นัดประชุมกรรมการบริหาร ประชุมใหญ่ บันทึกและเก็บรักษารายงานการประชุม ติดต่อกับสมาชิกหรือบุคคลภายนอกในเรื่องทั่วๆ ไป และกิจการอื่นๆ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการอื่นใดโดยเฉพาะ 
เหรัญญิก มีหน้าที่รับ-จ่ายและเก็บรักษาเงิน ตลอดจนทำบัญชีและเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับเงิน 
นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกตลอดจนเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเป็นสมาชิก และเร่งรัดการชำระเงินค่าบำรุงสมาชิกภาพ 
ปฏิคมมีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่               ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม 
วิเทศสัมพันธ์มีหน้าที่ ติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาคม 
                    27.12  ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่กิจการของสมาคม

หมวดที่ 8 
การเงินและการบัญชี

ข้อ 28    การเงินของสมาคมให้จัดการไปตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร


ข้อ 29    เงินของชมรมจะเก็บรักษาไว้เป็นเงินสดได้ในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนั้นแล้วให้นำฝากในธนาคาร หรือสถาบันการเงินโดยมีธนาคารรับรองในนามของสมาคม การสั่งจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกหรือเลขาธิการลงนามร่วมกัน

ข้อ 30    นายกสมาคมมีอำนาจในการอนุมัติสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ไม่เกินคราวละ 10,000 บาท ถ้าเกิน 10,000 บาท ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 31    สมาคมฯ ต้องเก็บรักษาเงินของสมาคมไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ ไว้เป็นทุนสำรอง  การจ่ายเงินทุนสำรองจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 32    ให้เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีการเงินของสมาคม พร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานการเงินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชีและให้ตรงต่อความจริงเสมอ หลักฐานเกี่ยวกับการเงินให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของนายกสมาคม เหรัญญิกและเลขาธิการ


ข้อ 33    ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งผู้สอบบัญชีอนุญาต ซึ่งมิใช่กรรมการของสมาคมฯ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมฯ จำนวน 1 คน ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบบัญชีเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเงินต่างๆ ของสมาคมฯ และมีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม หรือให้ส่งมอบเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการเงินของสมาคมฯ ได้

ข้อ 34    ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นงวดบัญชีสมาคม เมื่อถึงวันสิ้นงวดแล้ว ให้เหรัญญิกทำการปิดบัญชีของสมาคม โดยมิชักช้าแล้วจัดส่งงบดุลให้ผู้สอบบัญชีทำการตรวจและรับรอง


ข้อ 35    ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีและงบดุล ซึ่งผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม แจ้งให้สมาชิกทราบ

หมวดที่ 9 
การแก้ข้อบังคับของสมาคม

ข้อ 36    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับนี้จะกระทำได้โดยมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม


ข้อ 37    สมาคมฯ นี้จะยกเลิกได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด


ข้อ 38    เมื่อสมาคมฯ ต้องการยกเลิกไปตามข้อ 37 ให้ทรัพย์สินของสมาคมทั้งหมดตกเป็นสมบัติของสถาบันการศึกษาสถาบันใดสถาบันหนึ่ง หรือหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

 

Powered by MakeWebEasy.com